วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

IP Address กับ DNS[Domain name server]

  หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรียกว่า หมายเลขไอพี (IP Address)  ซึ่ีงเป็นหมายเลขชุดหนึ่งมีขนาด 32 บิต หมายเลขชุดนี้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนละ8บิตเท่าๆกัน
 ซึ่งแต่ละส่วนจะมีค่าได้ตั้งแต่ 0-255 เช่น 205.42.117.104 โดยหมายเลขไอพีของเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องไม่ซ้ำกัน เเละเนื่องจากหมายเลขไอพีจดจำได้ยาก ถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากอยู่ในเครือข่าย ก็จะทำให้สับสนได้ง่าย จึงได้เกิดการตั้งชื่อที่เป็นตัวอักษรขึ้นมาแทนหมายเลขไอพี เพื่อชาวยในการจดจำ เรียกว่า ดีเอ็นเอส (DNS:Domain name server)  ซึ่งจะประกอบไปด้วย2ส่วน คือ ชื่อและโดเมน
โดเมนมีมาตราฐานใช้ร่วนกันสำหรับหน่วยงานและประเทศ โดยพัฒนาเป็นระดับชั้น (hierarchical structure) ซึ่ีงโดเมนระดับบนสุด ( top level domain) มีหน่วยงานที่ดูแลคือ INTERNIC (International Network Information Center) ได้แบ่งโดเมนบนสุดออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้ 

  1.โดเมนทั่วไป (generic domain) เป็นโดเมนระดับบนสุดที่แสดงถึงองค์กรหรือหน่วยงาน
                                 ตัวอย่างโดเมนทั่วไปที่บ่งบอกประเภทองค์กร

          .com                   ใช้สำหรับกลุ่มบริการสินค้า                                ตัวอย่างเช่น aksorn.com
                                 (commercial organizatiom)
            
          .edu                    ใช้สำหรับสถาบันการศึกษา                                ตัวอย่างเช่น  centre.edu
                                 (educational institution)

          .gov                ใช้สำหรับหน่วยงานของรัฐบาลที่ไม่ใช่                  ตัวอย่างเช่น nasa.gov
                                หน่วยทางการทหาร (government agency) 

          .int                   ใช้สำหรับหน่วยงานระดับนานชาติ                        ตัวอย่างเช่น nato.int
                                   (international organizations)

          .mil                  ใช้สำหรับหน่วยงานทางทหาร                              ตัวอย่างเช่น navy.mil
                                (department of Defence and other Military sites)

         .net                   ใช้สำหรับหน่วยงานเกี่ยวกับเครือข่าย               ตัวอย่างเช่น nindspring.net
                                          (networking resource)
          
         .org                  ใช้สำหรับหน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไร                 ตัวอย่างเช่น unesco.org
                                   (private organization)

2. โดเมนรหัสประเทศ (country code domain) เป็นโดเมนระดับบนสุดซึ่งแบ่งตามลักษณะ
ภูมิศาสตร์ หรือ ประเทศ
                       ตาราง ตัวอย่างโดเมนรหัสประเทศที่บ่งบอกประเทศที่อยู่เครือข่ายตั้งอยู่

     โดเมนรหัสประเทศ            ประเทศ            โดเมนรหัสประเทศ                  ประเทศ
            
            ar                           อาร์เจนตินา                      ie                            ไอร์เเลนด์
           au                           ออสเตรเลีย                      it                              อิตาลี
           at                             ออสเตรีย                        jp                              ญี่ปุ่น
           ca                          แคนาดา                            th                               ไทย
           cn                              จีน                                uk                              อังกฤษ
           dk                          เดนมาร์ก                          us                             สหรัฐอเมริกา

   กรณีที่โดเมนระดับบนสุดเป็นโดเมนที่บ่งบอกประเทศ จะแสดงโดเมนขั้นที่สอง (second level domain)
ซึ่งเป็นรุปแบบของชื่อโดเมนที่ต่อจากโดเมนระดับบนสุด โดเมนอยู่ตำแหน่งถัดจากโดเมนระดับบนสุดมาทางซ้ายมือ
                           ตาราง ตัวอย่างโดเมนย่อยในประเทศไทย
        โดเมนขั้นที่สอง                    ประเภทขององค์กร                       ตัวอย่าง
            
              or                                องค์กรไม่หวังผลกำไร                    nectec.or.th
              ac                               สถาบันการศึกษา                            cu.ac.th
             go                                 หน่วยงานราชการ                          mua.go.th 
             co                                 หน่วยงานเอกชน                           dtac.co.th

 

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561

จริยธรรมกับกฎหมายคอมพิวเตอร์

      โพสต์  จริยธรรมกับกฎหมายคอมพิวเตอร์
เนื่องจากในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและ การดำรงชีวิตของ
มนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้การทำงานผิด พลาดไปจากคำสั่งที่
กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อ
เผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือมี ลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
ของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว จึงจำเป็นต้อง
ตราพระราชบัญญัตินี้ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก หน้า ๑๓) ในพระราชบัญญัติจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ หมวดความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ และหมวด อำนาจของเจ้าหน้าที่ แต่ ณ ที่นี้ จะขอกล่าวเพียงบางมาตราที่ส่งผลกระทบโดยตรง
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

มาตรา ๕ ผู้เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมิได้มีไว้สำหรับตนโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จริยธรรม : ผิดด้านการการเข้าถึงข้อมูล เช่น   การขโมยข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งรวมถึงการขโมยประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ
ซึ่งตรงกับมาตราที่6

มาตรา ๖ ถ้านำมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะไปเปิดเผยโดยมิชอบ ในประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จริยธรรม: เหมือนกับมาตราที่๕


มาตรา ๗ ผู้เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมิได้มีไว้สำหรับตนโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จริยธรรม:ผิดด้านการความเป็นส่วนตัว ใช้คอมพิวเตอร์แอบโอนเงินในบัญชีผู้อื่น เข้าบัญชีตัวเอง

มาตรา ๘ ผู้ดักรับข้อมูลลของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์โดยมิชอบ และข้อมูลนั้นมิได้มีไว้เพื่อบุคคลทั่วไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จริยธรรม:การละเมิดลิขสิทธิ์ปลอมแปลง เลียนแบบระบบซอฟต์แวร์ โดยมิชอบ เหมือนกับมาตราที่๑๑

มาตรา ๙ ผู้ทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จริยธรรม: แทรกแซงข้อมูลแล้วนำข้อมูลนั้นมาเป็นประโยชน์ต่อตนโดยมิชอบ ซึ่งตรงกับมาตราที่10

มาตรา ๑๐ ผู้ที่ทำให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จริยธรรม:

มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิด หรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว
อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
จริยธรรม:เหมือนกับมาตราที่๘

มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถ
ทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในกรณีถ้าเป็นการส่งอีเมล จะหมายถึงการส่งอีเมลที่แผงไวรัส โทรจัน หรือ เมลบอมบ์ (อีเมลที่แนบไฟล์ขนาดใหญ่มาก ๆ) เมื่อผู้รับเปิดอีเมลอ่าน
จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานสะดุด ช้าลง หรือทำให้เครื่องช้า แฮ้งค์ จนใช้งานไม่ได้ ครั้งต่อไปเมื่อคุณส่งเมล เช็คขนาดของไฟล์ที่แนบว่า
ใหญ่เกินไปมั้ย มีไวรัสอะไร หรือมีโปรแกรมที่น่าสงสัยติดไปด้วยหรือเปล่า เพราะหากก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน หรือ สร้างความเสียหาย
ที่กระทบต่อความมั่นคง ระบบเศรษฐกิจ ของชาติ อัตราโทษจะเพิ่มสูงขึ้น
มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบาง ส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด
      ความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความ
      ตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการ ก่อการร้าย
      ตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)
มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการยอมให้ความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบที่ตนควบคุม โทษเช่นเดียวกับมาตรา ๑๔
มาตรา ๑๖ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพ
ที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง
 จริยธรรม ช้คอมพิวเตอร์แพร่ภาพ เสียง ลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด
ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้
ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

IP Address กับ DNS[Domain name server]

  หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เรียกว่า หมายเลขไอพี (IP Address)  ซึ่ีง เป็นหมายเลขชุดหนึ่งมีขนาด 32 บิต หมายเล...